ISIS แถลงรับผิดชอบ เหตุวางระเบิดในปารีส อ้างแก้แค้นที่เคยลบหลู่ศาสดา

ISIS ออกแถลงการณ์รับผิดชอบ จากเหตุการณ์วางระเบิดและกราดยิงในหลายจุดของกรุงปารีส อ้างเพื่อแก้แค้นคนที่เคยลบหลู่พระศาสดา และทิ้งท้ายว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์ theguardian.com รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลามหรือ ISIS ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์กราดยิงและระเบิดพลีชีพในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยคน โดยในแถลงการณ์อ้างว่า ประเทศฝรั่งเศสถือเป็นเป้าหมายใหญ่ ทางกลุ่มเองได้เลือกจุดยุทธศาสตร์การโจมตีอย่างดี ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ กระทำโดยนักรบที่ใส่เข็มขัดระเบิดพลีชีพพร้อมกับถือปืนกลอยู่ในมือ

ในแถลงการณ์ส่วนหนึ่ง ระบุว่า “พี่น้องของเรา 8 คนได้ใส่เข็มขัดที่มีระเบิดติดอยู่ และถือปืนเข้าไปในพื้นที่เป้าหมายในใจกลางกรุงปารีส ที่ทางกลุ่มได้มีการเลือกเฟ้นมาอย่างดีก่อนหน้านี้แล้ว : สนามกีฬาสต๊าดเดอฟรองซ์ ที่มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสและทีมชาติเยอรมนี ซึ่งมีไอ้คนปัญญาอ่อน ฟรองซัวร์ ออลลอง กำลังเข้าชมเกม, สถานที่จัดคอนเสิร์ต บาตากลอง (Bataclan) ที่เต็มไปด้วยมนุษย์งมงายที่เคารพรูปปั้น มาอยู่รวมกันในงานของคนผิดปกติ รวมถึงเป้าหมายอื่น ๆ ในเขต 10 เขต 11  และเขต 18

ประเทศฝรั่งเศสและใครก็ตามที่เดินตามเส้นทางของคนเหล่านี้ ต้องรู้ว่าพวกเขาคือเป้าหมายสำคัญของกลุ่มรัฐอิสลาม”

นอกจากนี้ แถลงการณ์นี้ยังเผยว่า การโจมตีในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้โดยตรงต่อผู้ที่ลบหลู่ศาสดามูฮัมหมัด รวมถึงการโจมตีทางอากาศของฝรั่งเศสในเขตพื้นที่ของรัฐอิสลาม

“ความกล้าที่จะลบหลู่พระศาสดา หรือการโอ้อวดเกี่ยวกับการต่อสู้กับชาวอิสลามในฝรั่งเศส รวมถึงการโจมตีทางอากาศขอฝรั่งเศสต่อชาวมุสลิมในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้านั้น ไม่ได้ช่วยพวกเขาเลยในเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นสกปรกอย่างปารีส การโจมตีครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ และเป็นคำเตือนสำหรับคนที่อยากได้รับบทเรียน”

ในตอนเช้าของกรุงปารีสในวันนี้ ชาวเมืองปารีสได้ติดแผ่นป้ายโปสเตอร์ที่มีคำว่า “ฉันคือมนุษย์” ที่ใต้อนุสาวรีย์ Marianne ใน Place de la Republic  ใกล้กับพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์โจมตี โดยที่คนแขวนป้ายเผยว่า “เราไม่ใช่นักเคลื่อนไหว เราเป็นเพียงแค่ชาวปารีส”

 

ก่อการร้ายปารีส
ภาพจาก DOMINIQUE FAGET / AFP

ก่อการร้ายปารีส

ภาพจาก DOMINIQUE FAGET / AFP